คงไม่ยอมรับไม่ได้ว่า ช่วงตั้งเเต่เดือนธันวาคมเป็นต้นไปยาวจนถึงเดือนเมษายนปีหน้า คือช่วงงานเทศกาลจับจ่ายใช้สอย เลือกซื้อเครื่องบรรณาการ ของตกแต่งบ้าน เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขมากมาย เช่น
วันคริสมาสต์ เถลิงศก วันวาเลนไทน์ เลยไปถึงวันสงกรานต์ปีใหม่ไทย เป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการ ที่ควรมองหาแผนการ ไม้เด็ดวิธีเพิ่มผู้บริโภคใหม่เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจตน
แต่การทำโฆษณากับกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มใหม่ที่ไม่เคยรู้จักธุรกิจของเรามาก่อน ต้องใช้งบประมาณที่สูง เพื่อให้โภคีเกิดความรู้จัก เกิดความเชื่อมั่น จนนำไปสู่การตัดสินใจซื้อสินค้าได้ ซึ่งหากเปรียบเทียบกับการทำโฆษณากับฐานลูกค้าเดิมของธุรกิจ ซึ่งเป็นคนที่รู้จักและคุ้นเคยกับธุรกิจอยู่แล้ว หรือเคยเป็นลูกค้ามาก่อนแล้ว การจะทำให้ผู้บริโภคกลุ่มนี้ซื้อสินค้าจะทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่า ธุรกิจอาจใช้งบประมาณน้อยกว่ามากในการทำโฆษณา เพราะผู้บริโภคกลุ่มนี้รู้จักธุรกิจมาก่อน มีความศรัทธามาก่อน มีความต้องการอยู่แล้วบ้างไม่มากก็น้อย จึงต้องการการกระตุ้นในขั้นสุดท้ายเท่านั้นก่อนการตกลงใจซื้อ
Facebook มีเครื่องไม้เครื่องมือในการทำโฆษณาที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถติดต่อกับกลุ่มผู้ใช้ที่รู้จัก หรือเคยซื้อสินค้ากับธุรกิจแล้วโดยตรง ที่เรียกว่า การทำ Retargeting ซึ่งการทำ Retargeting นี้ถือเป็นการทำโฆษณาบน Facebook ที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุดวิธีหนึ่ง โดยธุรกิจสามารถใช้เทคนิค การทำ Retargeting เพื่อสร้างยอดขายให้ธุรกิจได้ด้วยนานาประการวิธี แบบนี้
1. วิธีการการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เคยรู้จักธุรกิจอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้เป็นลูกค้า
ผู้บริโภคกลุ่มนี้จะเป็นผู้ที่รู้จักธุรกิจอยู่แล้ว เช่น เคยเข้าชมWebpageธุรกิจ (Website Visitor) โดยธุรกิจสามารถจดจำผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้จากการ ติดตั้งโค้ด Retargeting ในหน้าเพจต่างๆ บนเว็บไซต์ เช่น หน้าแรก, หน้าแสดงรายละเอียดโปรดักส์ต่างๆ นอกจากนั้น ยังสามารถจดจำผู้ที่เข้ามากด Like Facebook Page ของธุรกิจอีกด้วย ซึ่งการทำ Retargeting ทำได้โดยการสร้างแคมเปญทางการตลาด ส่งสินค้าที่เด่น น่าสนใจ กระตุ้นการจดจำ สร้างความผูกพันให้ธุรกิจอยู่ในใจของกลุ่มผู้บริโภคนี้ จนกระทั่งสามารถสร้างความต้องการ และตัดสินใจซื้อสินค้าในที่สุด หรือ สร้างให้เกิดการกลับมาหาธุรกิจเอง เมื่อโภคินเกิดความต้องการในสักวัน
ยกตัวอย่างเช่น หากลูกค้าเคยมาเยี่ยมชมWebpage หรือเป็น Fan ใน Facebook Fan Page ของร้านอาหาร เราสามารถ Retargeting เชิญชวนผู้บริโภคกลุ่มนั้นมาซื้อคูปองบุฟเฟต์ โดยส่งโฆษณาไปแสดงในพื้นที่ของ Facebook บน News Feed ของกลุ่มลูกค้านี้ เพื่อชวนมาซื้อคูปองบุฟเฟ่ต์ทานอาหารกับครอบครัวหรือเพื่อนเพื่อเลี้ยงในช่วงเดือนธันวาคมหรือมกราคม
2. กลอุบายการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่มีความสนใจในสินค้าบางรายการุเฉพาะ หรือเคยสั่งซื้อสินค้ารายการนั้นๆ แต่ยังไม่ได้ชำระเงิน
ผู้เยี่ยมชมWebsiteที่เคยเข้ามาที่หน้าเว็บผลิตภัณฑ์บางรายการ หรือเคยสั่งซื้อแล้วแต่ยังไม่ได้จ่ายเงิน แสดงให้เห็นว่าผู้นั้นมีความต้องการผลิตภัณฑ์ในระดับสูงมาก แต่อาจจะมีเหตุผลในอดีตที่ทำให้ยังไม่ซื้อ การสร้างแคมเปญมุ่งไปที่ของซื้อของขายรายการนั้นๆ แต่ให้ความคุ้มค่าที่มากขึ้น เช่น ราคาพิเศษ หรือ โปรโมชั่น และส่งโฆษณาไปเฉพาะผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์เฉพาะคนนั้น ๆ เพื่อเชิญชวนและกระตุ้นให้กลับมาซื้อสินค้าชิ้นนั้นอีกครั้ง เป็นทางเลือกที่นับว่าคุ้มค่าคุ้มเงินสื่อโฆษณาที่สุดอีกทางหนึ่งที่ธุรกิจไม่ควรพลาด
ยกตัวอย่างเช่น หากผู้ซื้อต้องการซื้อต้นคริสมาสต์สำหรับใช้ตกแต่งบ้าน แล้วเข้าไปในเว็บไซต์เคยดูต้นคริสมาสต์แบบหนึ่ง แต่ยังไม่ได้ชำระเงิน หากเว็บไซต์มีการทำ Retargeting เมื่อผู้บริโภคเข้ามาที่ Facebook ของตนก็จะพบกับแบนเนอร์สื่อโฆษณาต้นคริสมาสต์ร้านนี้ปรากฏอยู่ในหน้า News Feed ในพื้นที่โฆษณา
3. สร้างการซื้อซ้ำ หรือการจ่ายเพิ่มจากผู้บริโภคเดิม
สำหรับผู้ใช้ที่เคยสั่งซื้อสินค้าไปแล้ว และธุรกิจก็มีฐานข้อมูลของลูกค้าเหล่านั้น จัดเก็บไว้ในรูปแบบอีเมล หรือเบอร์โทรศัพท์ ธุรกิจก็สามารถนำมาทำ Retargeting เพื่อให้ผู้ซื้อเหล่านั้นมาซื้อของซื้อของขายที่เกี่ยวข้องกับสินค้าชิ้นแรกที่ผู้ใช้ได้ซื้อไป หรือสินค้ารุ่นใหม่ ที่ใช้ร่วมกับสินค้าเดิม โอกาสในการเพิ่มยอดขายให้แก่ธุรกิจจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น หากธุรกิจทำ Retargeting จับคู่สินค้าได้อย่างถูกต้อง กรรมวิธีนี้ทำได้ยากยิ่งนักสำหรับธุรกิจออฟไลน์ แต่การโฆษณาInternetผ่าน Facebook ทำให้เกิดขึ้นได้
ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจการค้าขายกล้องออนไลน์ มีฐานลูกค้าที่ซื้อกล้องแต่ละรุ่นไปแล้ว โดยเก็บอีเมลผู้ซื้อกลุ่มนี้ไว้ ธุรกิจสามารถเชิญชวนลูกค้าที่ซื้อกล้องรุ่นหนึ่ง ๆ มาซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องและใช้งานร่วมกับกล้องรุ่นนั้นๆ โดยการทำ Retargeting ส่งสื่อโฆษณาไปยัง Facebook Newsfeed หรือเชิญชวนมาซื้อกล้องรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพมากกว่าเดิมก็ได้เช่นกัน
ในเวลานี้ที่ผู้บริโภคสามารถคุ้ยหาข้อมูลสินค้า บริการ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทำให้เปรียบเทียบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อนานมากขึ้น มีผลให้ธุรกิจต้องเผชิญกับต้นทุนในการปิดการค้ากับลูกค้าใหม่ที่สูงขึ้น เพราะต้องสร้างการรับรู้และความเชื่อถือกว่าจะนำไปสู่การสั่งซื้อของซื้อของขายได้ ดังนั้น อย่าลืมที่จะใช้กลยุทธ์การตลาดกับฐานลูกค้าเดิมที่ธุรกิจมีอยู่แล้ว การทำโฆษณา Facebook Retargeting สู่ฐานผู้บริโภคเดิมของธุรกิจ นับว่า น่ารู้ และคุ้มที่สุด!
เรียงความโดย
นายบุรินทร์ เกล็ดมณี
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต จำกัด
No comments:
Post a Comment